Forgot password?
 立即注册
Search
Hot search: slot
View: 306|Reply: 0

กินโยเกิร์ตทุกวัน จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย เปิดข้อดีและข้อควรระวัง

[Copy link]

1693

Threads

0

Posts

5169

Credits

论坛元老

Credits
5169
Post time Yesterday 04:54 | Show all posts |Read mode
กินโยเกิร์ตทุกวัน จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย เปิด 7 ประโยชน์ต่อสุขภาพ

โยเกิร์ตเป็นอาหารหลักในมื้ออาหารของใครหลายคน และเป็นที่ยอมรับกันอย่างดีว่ามีคุณค่าทางโภชนาการสูง ทั้งโปรตีนและแคลเซียม งานวิจัยมากมายยังชี้ให้เห็นว่า การบริโภคโยเกิร์ตเป็นประจำอาจเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายด้าน ตั้งแต่การเสริมสร้างความหนาแน่นของกระดูกไปจนถึงการช่วยให้อิ่มนานและควบคุมน้ำหนัก

คำถามคือ หากคุณเพิ่มโยเกิร์ตเข้าไปในกิจวัตรประจำวันแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายบ้าง เราได้รวบรวมข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญและงานวิจัยต่าง ๆ เพื่อสำรวจผลกระทบของการรับประทานโยเกิร์ตทุกวัน
1. ปริมาณโปรตีนสูง ช่วยให้อิ่มนาน

โยเกิร์ตเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีเยี่ยม แต่โยเกิร์ตบางชนิดก็มีโปรตีนสูงกว่าชนิดอื่น ๆ เช่น โยเกิร์ตกรีก (Greek yogurt) มักมีปริมาณโปรตีนสูงเป็นสองเท่าของโยเกิร์ตทั่วไป จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มปริมาณสารอาหารสำคัญนี้ในแต่ละวัน

อาหารที่มีโปรตีนสูงเชื่อมโยงกับประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ เช่น การลดน้ำหนัก การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น และการปรับปรุงความหนาแน่นของกระดูกและองค์ประกอบของร่างกาย โยเกิร์ตบางชนิดให้โปรตีนสูงถึง 18 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ซึ่งทำให้อิ่มท้องได้ดี เหมาะสำหรับเป็นมื้อเช้าหรืออาหารว่างที่ลงตัว
2. ปรับปรุงสุขภาพจุลินทรีย์ในลำไส้

การบริโภคโยเกิร์ตทุกวันช่วยส่งเสริมสุขภาพลำไส้โดยการให้โปรไบโอติก ซึ่งเป็นจุลินทรีย์มีชีวิตที่เป็นประโยชน์ต่อแบคทีเรียและจุลินทรีย์อื่น ๆ ในระบบทางเดินอาหาร อาหารที่อุดมด้วยโปรไบโอติก เช่น โยเกิร์ต จะช่วยสนับสนุนสุขภาพลำไส้โดยส่งเสริมการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ดีในลำไส้ใหญ่

การศึกษาแสดงให้เห็นว่าการบริโภคโยเกิร์ตเป็นประจำสามารถเพิ่มความหลากหลายของแบคทีเรียในลำไส้ ซึ่งเป็นสัญญาณของลำไส้ที่แข็งแรง หากต้องการโยเกิร์ตที่มีโปรไบโอติกสูง ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่ามี “เชื้อจุลินทรีย์มีชีวิตและออกฤทธิ์“ (Live & Active Cultures - LAC) ซึ่งแสดงว่ามีปริมาณโปรไบโอติกที่สำคัญในระดับที่กำหนด
3. เสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก

โยเกิร์ตอุดมไปด้วยสารอาหารหลายชนิดที่จำเป็นต่อการสร้างกระดูกในแพ็กเกจเดียว โยเกิร์ตให้ทั้งฟอสฟอรัส โปรตีน และแคลเซียม ซึ่งทั้งหมดนี้จำเป็นต่อสุขภาพกระดูก โดยเฉพาะแคลเซียม โยเกิร์ตกรีกไขมันต่ำแบบธรรมชาติ (ไม่ปรุงรส) หนึ่งถ้วย (ประมาณ 7 ออนซ์) มีแคลเซียม 230 มิลลิกรัม ซึ่งคิดเป็น 18% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน

แคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่ช่วยเสริมสร้างโครงสร้างของกระดูกและฟัน อีกทั้งยังจำเป็นต่อกระบวนการสำคัญของร่างกาย เช่น การทำงานของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ การหลั่งฮอร์โมน และการขยายตัวของหลอดเลือด

  
4. อาจช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

โยเกิร์ตมีโปรตีนสูงและมีโปรไบโอติก ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ช่วยสนับสนุนการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ โปรตีนช่วยชะลอการย่อยอาหาร จึงช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดหลังมื้ออาหารเพิ่มขึ้นช้าลง ทำให้ระดับน้ำตาลคงที่มากขึ้น

นอกจากนี้ โปรไบโอติกที่พบในโยเกิร์ตบางชนิดยังช่วยส่งเสริมการจัดการระดับน้ำตาลในเลือดที่ดี โดยปรับปรุงความไวต่ออินซูลิน และส่งเสริมการเติบโตของแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ งานวิจัยยังพบว่าการบริโภคโยเกิร์ตเป็นประจำอาจเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2
5. ลดความเสี่ยงภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน

การเลือกโยเกิร์ตที่มีโปรตีนสูง เช่น โยเกิร์ตกรีกและสกีร์ (Skyr) ซึ่งเป็นโยเกิร์ตไอซ์แลนด์ที่มีเนื้อสัมผัสข้น จะช่วยให้คุณรู้สึกอิ่มนานขึ้นหลังรับประทานอาหาร ซึ่งสามารถช่วยในการลดน้ำหนักได้ เนื่องจากโปรตีนช่วยชะลอการย่อยและกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้รู้สึกอิ่ม การเลือกอาหารที่ทำให้อิ่มอย่างโยเกิร์ตจึงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการส่งเสริมการลดไขมัน

ในความเป็นจริง งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าผู้ที่บริโภคโยเกิร์ตมีแนวโน้มที่จะมีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วนน้อยกว่าผู้ที่ไม่รับประทานโยเกิร์ต
6. เพิ่มความหนาแน่นของกระดูกและลดความเสี่ยงกระดูกหัก

โยเกิร์ตอุดมไปด้วยสารอาหารหลักอย่างโปรตีนและแคลเซียม ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความแข็งแรงของกระดูก การรับประทานโยเกิร์ตมากขึ้นสามารถช่วยสนับสนุนสุขภาพกระดูกโดยการปรับปรุงความหนาแน่นของมวลกระดูก และลดความเสี่ยงต่อภาวะกระดูกหัก

การบริโภคอาหารที่อุดมด้วยโปรตีนและแคลเซียมอย่างโยเกิร์ตเชื่อมโยงกับความหนาแน่นของมวลกระดูกที่สูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณสะโพก และยังอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อกระดูกสะโพกหักได้ด้วย การทบทวนงานวิจัยในปี 2020 พบว่าสตรีวัยหมดประจำเดือนที่รับประทานโยเกิร์ตเป็นประจำมีความเสี่ยงต่อกระดูกสะโพกหักต่ำกว่าผู้ที่บริโภคโยเกิร์ตน้อยหรือไม่ได้บริโภคเลย
7. อาจลดปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจ

การรับประทานโยเกิร์ตอาจช่วยลดความเสี่ยงของภาวะหัวใจและหลอดเลือด เช่น หัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมอง ในผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูง โปรไบโอติกและสารอาหารสำคัญ เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม และโพแทสเซียม ที่พบในโยเกิร์ต ทำงานร่วมกันเพื่อช่วยควบคุมความดันโลหิตและสนับสนุนการทำงานของหัวใจ

จากการศึกษาขนาดใหญ่ พบว่าผู้ที่มีความดันโลหิตสูงและรับประทานโยเกิร์ตอย่างน้อยสองหน่วยบริโภคต่อสัปดาห์ มีความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมองลดลง 17–21% เมื่อเทียบกับผู้ที่รับประทานน้อยกว่า
ข้อควรระวัง: น้ำตาลที่เติมเพิ่ม และภาวะย่อยน้ำตาลแล็กโทสบกพร่อง

แม้ว่าโยเกิร์ตจะเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ แต่สิ่งสำคัญคือต้องระวังปริมาณน้ำตาลที่เติมเพิ่ม โยเกิร์ตรสชาติต่าง ๆ มักมีน้ำตาลเติมเพิ่มในปริมาณสูง การบริโภคน้ำตาลที่เติมเพิ่มมากเกินไปไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพและอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะไขมันพอกตับและโรคหัวใจ

นอกจากนี้ แม้ว่าโยเกิร์ตจะมีแล็กโทสต่ำกว่าผลิตภัณฑ์นมอื่น ๆ อย่างนมวัว แต่แล็กโทสในโยเกิร์ตก็ยังสามารถกระตุ้นอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และท้องร่วงในผู้ที่มีภาวะย่อยน้ำตาลแล็กโทสบกพร่องได้ หากคุณมีอาการดังกล่าว ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เลือกโยเกิร์ตที่ระบุว่า “ปราศจากแล็กโทส“ หรือเลือกโยเกิร์ตที่ผ่านการกรอง เช่น กรีกโยเกิร์ต ซึ่งมีแล็กโทสต่ำกว่าโยเกิร์ตที่ไม่ได้กรอง

กล่าวโดยสรุป โยเกิร์ตเป็นผลิตภัณฑ์นมที่มีสารอาหารสูง เหมาะสำหรับเป็นมื้อเช้าหรือของว่างที่ทำให้อิ่ม คุณสมบัติทางโภชนาการที่น่าประทับใจของโยเกิร์ตสามารถช่วยส่งเสริมความอิ่ม สนับสนุนสุขภาพกระดูกและหัวใจ ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และเพิ่มการได้รับสารอาหารสำคัญอย่างโปรตีนและแคลเซียม

  • อ่านก่อนเลือกกิน กรีกโยเกิร์ต vs โยเกิร์ตธรรมดา แบบไหนตอบโจทย์สุขภาพมากกว่า
You have to log in before you can reply Login | 立即注册

Points Rules

Archiver|手机版|小黑屋|เครื่องสล็อต

2025-12-1 04:02 GMT+7 , Processed in 0.048727 second(s), 23 queries .

Powered by slot X3.5

Quick Reply To Top Return to the list